[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 3

              กระทรวงศึกษาธิการ     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน     ผู้ดูแลระบบ    
t_left
t_right

เมนูหลัก


นายอนุกูล ทองนุ้ย
ผอ.สพป.บึงกาฬ


ระบบ E-Salary [สพป.] 
ระบบเงินเดือนบำนาญ  
ข้อมูลสารสนเทศ [สพป.]
ระบบ AMSS++[สพป.]
ระบบ E-Filing (ระบบเก่า)
ก.ต.ป.น.เขตพื้นที่การศึกษา
สหกรณ์ฯครูบึงกาฬ
KM
รร.คุณภาพ ประจำตำบล  
เว็บไซต์โรงเรียนในสังกัด
     อำเภอเมืองบึงกาฬ
     อำเภอศรีวิไล
     อำเภอพรเจริญ
     อำเภอเซกา
     อำเภอบึงโขงหลง
     อำเภอบุ่งคล้า
     อำเภอปากคาด
     อำเภอโซ่พิสัย
กลุ่มงานใน สพป.
     กลุ่มอำนวยการ
     กลุ่มบริหารการเงินฯ
     กลุ่มนโยบายและแผน
     กลุ่มบริหารงานบุคคล
     กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
     กลุ่มนิเทศฯ
     หน่วยตรวจสอบภายใน
     กลุ่มพัฒนาครูฯ
     กลุ่มการศึกษาทางไกลฯ
SMS
ติดต่อ เว็บมาสเตอร์
โค้ดข่าว สพป.บึงกาฬ 

b_left
b_right
 
  • แบบพิมพ์
คำขอหนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาฯ(ขอหนังสือส่งตัว)
ใบเบิกเงินสวัดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
แบบคำขอใช้ปรับปรุงวุฒิ
แบบใบลาไปศึกษา อบรม ดูงาน
แบบคำร้องฯสหกรณ์ออมทรัพย์บึงกาฬ
 







 


     [ กลับหน้าดูกระทู้ทั้งหมด ]

หัวข้อ   :  กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
โดย : d  ไอพี : 58.82.152.74   เมื่อวันที่ : จันทร์ ที่ 26 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562   


กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เกิดจากการติดเชื้อที่ตัวกระเพาะปัสสาวะ และนับเป็นภาวะติดเชื้อทางระบบปัสสาวะ (urinary tract infection - UTI) ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะกับผู้หญิง ภาวะนี้มักจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง แต่สร้างความรำคาญเล็กน้อยเท่านั้น กรณีที่เป็นไม่รุนแรงมักจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายก็อาจประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบนี้บ่อยกว่าคนทั่วไป และอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเป็นประจำหรือระยะยาว อีกทั้งยังมีโอกาสที่ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะนำไปสู่ภาวะติดเชื้อที่ไตที่ร้ายแรงได้ ในบางกรณีคุณอาจต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์เมื่ออาการต่างๆ ไม่ดีขึ้น
อะไรเป็นสาเหตุของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ?
ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนมากถูกคาดว่า เกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้หรือบนผิวหนังตามปรกติเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ (ท่อที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย) แบคทีเรียที่พบบ่อยที่สุด คือ E. coli
ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะ แต่ก็อาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ การเช็ดก้นหลังจากเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะหากคุณเช็ดจากหลังไปหน้า การสวมใส่ผ้าอนามัยแบบสอดหรือสายสวนท่อปัสสาวะ หรือการใช้หมวกครอบปากมดลูก (diaphragm) เพื่อการคุมกำเนิด
ผู้หญิงจะเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้บ่อยกว่าผู้ชาย เนื่องจากมีทวารหนักใกล้กับท่อปัสสาวะมาก และท่อดังกล่าวก็มีขนาดสั้นกว่ามาก ซึ่งทำให้แบคทีเรียสามารถขยับเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่านั่นเอง
สัญญาณและอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
อาการทั่วไปของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดังนี้
•  เจ็บปวด แสบร้อน หรือเจ็บแปลบขณะปัสสาวะ
•  ปัสสาวะบ่อยและอย่างเร่งด่วนกว่าปกติ
•  ปัสสาวะมีสีเข้ม ขุ่น หรือมีกลิ่นแรง
•  เจ็บปวดใต้ท้องน้อย
•  รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว
•  คันตามร่างกาย
•  คลื่นไส้ และเหน็ดเหนื่อย
•  ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้ใหญ่มักจะไม่มีไข้สูง หากคุณมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป และมีอาการเจ็บหลังหรือข้างลำตัวอาจเป็นสัญญาณของภาวะไตติดเชื้อแทน
สำหรับในเด็กแล้วนั้น เป็นการยากที่จะทำการสังเกตภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพราะว่าอาการของเด็กเล็กจะมีความกำกวมมากอีกทั้งเด็กยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกของพวกเขาได้อย่างชัดเจน แต่อาการที่อาจปรากฏกับผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก มีดังนี้
•  ไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป อ่อนแรง ฉุนเฉียว ความอยากอาหารลดลง และอาเจียน
•  เด็กที่ป่วยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบอาจเกิดอาการคล้ายกับที่เกิดกับผู้ใหญ่ เช่น เจ็บปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และเจ็บท้อง เป็นต้น แต่ค่อนข้างยาก
ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
•  เมื่อคุณมีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นครั้งแรก แล้วอาการไม่ดีขึ้นหลังผ่านไปไม่กี่วัน
•  คุณประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง และมีอาการรุนแรง เช่น มีเลือดปนปัสสาวะออกมา เป็นต้น
•  คุณกำลังตั้งครรภ์และมีอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบร่วมด้วย
•  คุณเป็นผู้ชายและมีอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
•  ลูกของคุณมีอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
แพทย์ผู้ดูแลจะสามารถวินิจฉัยภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้จากการสอบถามอาการ และอาจมีการทดสอบตัวอย่างปัสสาวะเพื่อหาเชื้อแบคทีเรียมายืนยันการวินิจฉัยอีกที
โดยปกติแล้ว ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักจะไม่เป็นภาวะร้ายแรง แต่อาการที่เกิดจะมีความคล้ายกับภาวะร้ายแรงอื่นๆ ดังนั้น คุณจึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยให้ถูกต้องจะดีที่สุด
ผู้หญิงที่เคยประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก่อนไม่จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์เมื่อมีภาวะกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากกรณีที่เป็นไม่รุนแรงจะหายได้เองแม้จะไม่ได้รับการรักษา คุณสามารถปฏิบัติตามวิธีดูแลตนเองที่บ้านได้ง่ายๆ หรือสอบถามกับเภสัชกรแทนก็ได้
อะไรบ้างที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
มีหลายปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะขึ้น ดังนี้
ไม่สามารถถ่ายให้หมดกระเพาะปัสสาวะได้ภายในครั้งเดียว
หากคุณไม่สามารถปัสสาวะให้หมดกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในกระเพาะตกค้างอยู่และทำให้เพิ่มจำนวนขึ้นง่ายขึ้น
ปัจจัยนี้อาจเกิดจาก คุณมีระบบขับถ่ายอุดตัน เช่น เป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ คุณกำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากทารกดันตัวเข้าไปขวางกระเพาะปัสสาวะ คุณมีภาวะต่อมลูกหมากโต (สำหรับผู้ชาย) จนกดทับท่อปัสสาวะ เป็นต้น
วัยหมดประจำเดือน
สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือผ่านช่วงหมดประจำเดือนมาแล้ว ผนังเยื่อบุของท่อปัสสาวะอาจหดตัวลงจนทำให้ท่อบางลง เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโทรเจน ซึ่งยังทำให้สมดุลแบคทีเรียในช่องคลอดเสียไปด้วยจนทำให้เชื้อแบคทีเรียอันตรายเพิ่มจำนวนขึ้น
ภาวะเช่นนี้จะทำให้ร่างกายอ่อนไหวต่อการติดเชื้อมากขึ้นจนทำให้เชื้อแพร่จำนวนเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะได้
เบาหวาน
คุณจะมีความเสี่ยงต่อภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมากขึ้นหากคุณเป็นเบาหวาน ซึ่งเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในร่างกายพุ่งสูงเกินไป
ระดับน้ำตาลในปัสสาวะที่สูงเกินไปทำให้ปัสสาวะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นยอด ดังนั้น จึงทำให้แบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะก่อให้เกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบง่ายขึ้นอย่างมาก
สาเหตุอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นผลมาจากความเสียหายหรือความระคายเคืองที่ท่อและกระเพาะปัสสาวะ โดยอาจเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยง ดังนี้
•  ความเสียหายจากการมีเพศสัมพันธ์
•  ความระคายเคืองสารเคมี เช่น สบู่หอมหรือสบู่อาบน้ำ
•  ความเสียหายจากการใช้สายสวนหรือการผ่าตัดที่กระเพาะปัสสาวะ
•  การบำบัดด้วยรังสีที่บริเวณเชิงกรานหรือการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
•  อวัยวะเพศของผู้หญิงอาจเกิดความเสียหายจากการตัดกรีดด้วยเหตุผลตามวัฒนธรรม ขนบประเพณี หรือเหตุผลทางสังคมอื่นๆ
•  อีกทั้งภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบยังเชื่อมโยงกับการใช้ยาเคทามินด้วย
การป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หากคุณประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง คุณสามารถป้องกันการเกิดภาวะนี้ซ้ำซากได้ แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าวิธีการป้องกันต่อไปนี้มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนก็ตาม ดังนี้
•  ไม่ใช้สบู่อาบน้ำผสมแป้งฝุ่น หรือสบู่น้ำหอมล้างบริเวณรอบอวัยวะเพศ ควรใช้สารทำความสะอาดร่างกายที่ไม่ใส่น้ำหอมแทน
•  อาบน้ำฝักบัวแทนการอาบในอ่าง เพื่อเลี่ยงไม่ให้อวัยวะเพศต้องกับสารเคมีนานเกินไป
•  เข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวดปัสสาวะและต้องถ่ายให้หมดกระเพาะปัสสาวะจริงๆ
•  ดื่มน้ำให้มากๆ เพราะการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนในกระเพาะปัสสาวะ
•  เช็ดทวารหนักให้สะอาดหมดจดหลังทำธุระเสร็จ โดยเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง
•  ขับถ่ายให้หมดกระเพาะปัสสาวะทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์
•  ใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น ถุงยางอนามัย
•  สวมกางเกงชั้นในที่ทอจากผ้าไหมแทนใยสังเคราะห์อย่างผ้าไนลอน และไม่สวมกางเกงที่คับจนเกินไป
มีรายงานว่าการดื่มน้ำแครนเบอร์รี่จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ แต่งานวิจัยส่วนมากกลับรายงานขัดกันว่าน้ำผลไม้ชนิดนี้ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอะไรมากมาย
การรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หากคุณไปพบแพทย์เนื่องจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะมาใช้รักษาการติดเชื้อนี้ ซึ่งยาดังกล่าวควรเริ่มออกฤทธิ์ภายในหนึ่งหรือสองวัน
หากคุณเคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก่อน และไม่ได้เป็นรุนแรงมากขนาดที่ควรต้องไปพบแพทย์ คุณก็สามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน โดยใช้วิธีการรักษาต่อไปนี้ได้ด้วยตนเองจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น ได้แก่
•  รับประทานยาพาราเซตตามอลหรืออิบูโพรเฟน
•  ดื่มน้ำมากๆ
•  ประคบขวดน้ำร้อนเหนือหน้าท้องหรือระหว่างต้นขา
•  หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
ผู้ป่วยบางรายสามารถใช้ยาลดความเป็นกรดของปัสสาวะที่วางขายตามร้านขายยาได้ เช่น sodium bicarbonate หรือ potassium citrate แต่ก็ยังคงขาดหลักฐานว่ายาเหล่านี้ได้ผลจริงหรือไม่
ยาปฏิชีวนะ
ในบางกรณีแพทย์จะจัดจ่ายยาปฏิชีวนะให้แก่คุณ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งยาเม็ดหรือแคปซูลที่ต้องรับประทาน 2 -4 ครั้งต่อวัน เป็นเวลานาน 3 วันต่อกัน โดยยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษา เช่น Trimethoprim/sulfamethoxazole, Fosfomycin, Nitrofurantoin, Cephalexin และ Ceftriaxone
ปกติยาปฏิชีวนะควรจะเริ่มออกฤทธิ์ทันทีที่ใช้ยา คุณควรกลับไปพบแพทย์หากว่าอาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาไปแล้ว 1 - 2 วัน ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะไม่ประสบกับผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ แต่หากเกิดขึ้นก็มักจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ คันร่างกาย ผื่นขึ้น และท้องร่วงเท่านั้น
ถ้าคุณเป็นภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำซาก แพทย์จะทำการจ่ายยาปฏิชีวนะสำรองหรือยาปฏิชีวนะใช้ต่อเนื่องแก่คุณ
ยาปฏิชีวนะสำรอง (stand-by antibiotic) เป็นยาที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาเพื่อให้คุณสามารถเข้าหายาได้เมื่อมีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่ต้องเข้าพบแพทย์ทุกครั้ง
ยาปฏิชีวนะแบบใช้ต่อเนื่อง (Continuous antibiotic) จะเป็นยาที่คุณต้องใช้ต่อเนื่องนานหลายเดือนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบอีกครั้ง โดยอาจจะจ่ายให้คุณใช้เมื่อมีข้อบ่งใช้ ดังนี้
•  มีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดขึ้นหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ : คุณอาจจะได้รับยาปฏิชีวนะมารับประทานภายในสองชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์
•  มีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ : คุณอาจได้รับยาปฏิชีวนะขนาดยาต่ำมาทดลองใช้ก่อนเป็นระยะเวลาหกเดือน
แพทย์ผู้ดูแลยังสามารถแนะนำวิธีปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานว่าวิธีเหล่านั้นใช้ได้ผลมากน้อยเพียงใดก็ตาม
อ่านบทความเรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่นี่ https://www.honestdocs.co/urinary-tract-disorders-13793527/the-cystitis
https://www.honestdocs.co/urinary-tract-disorders-13793527/the-cystitis


เข้าชม : 47


ความคิดเห็นที่ 1
เสาร์ ที่ 22 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 12:04:36
อยากให้เป็นเหมือนเดิมคือ เสอเพลอโมเดล มากกว่าค่ะ
โดย : ครูโรงเรียนดีประจำตำบล    ไอพี : 223.206.239.184


ความคิดเห็นที่ 2
เสาร์ ที่ 22 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 18:06:15
ท่านเป็นครูดี เป็นปูชนียบุคคลเป็นผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ให้สูงขึ้น เป็นต้นแบบที่ดีของนักเรียน คงทราบอยู่แก่ใจว่าสิ่งไหนดีไม่ดี เมื่ออบรมมาแล้วท่านจะปฏิบัติ หรือไม่นำมาปฏิบัติก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ! แต่โรงเรียนอื่นๆผู้บริหารและครูทั้งโรงเรียนพร้อม นำไปปฏิบัติแล้วเด็กเปลี่ยนไปในทางที่ดี แล้วท่านจะเลือกอะไร ถ้าไม่ลงมือทำจะไม่รู้ คำว่านำมาบูรณาการท่านเป็นครู คงทราบ ไม่อยากทำแล้วอย่ามาหาแนวร่วม
โดย : ครูไม่น้อย    ไอพี : 122.155.42.196


ความคิดเห็นที่ 3
เสาร์ ที่ 22 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 23:11:22
ไม่เห็นด้วยกับการต่อต้านท่านเป็นครูท่านไม่อยากบวชก็ไม่เป็นไรครับเพราะแต่ก่อนเราก็คิดต่อต้านเหมือนกับท่านพอ โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนดีศรีตำบล ได้ลงมือทำอย่างจริงจังแล้วทำให้เด็กเป็นคนดีเกิดความศรัทธาในพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีวินัย เคารพพ่อแม่ ครูและบุคคลทั่วไป สุดยอดแล้ว
โดย : ครูโรงเรียนดีศรีตำบล    ไอพี : 122.155.42.147


ความคิดเห็นที่ 4
อาทิตย์ ที่ 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 08:04:03
การมีคำสั่งหรือบังคับให้บุคคลนับถือ หรือบวชในกรณีนี้ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 37 บัญญัติว่า
“บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนาหรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น"

เสรีภาพในความเชื่อแบบสิทธิสมบูรณ์หรือเด็ดขาด (Absolute) ซึ่งเป็นเสรีภาพที่อยู่ในใจ บุคคลอื่นจะบังคับให้เชื่อหรือไม่เชื่อไม่ได้ และบุคคลมีเสรีภาพที่จะนับถือ (เชื่อ) หรือไม่นับถือ (เชื่อ) ซึ่งศาสนาก็เป็นเพียงความเชื่อความศรัทธาก็เป็นเพียงความคิดภายในที่ไม่มีการกระทำ การใช้สิทธิเสรีภาพในความเชื่อความศรัทธาดังกล่าวก็จะเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในมโนธรรม ซึ่งโดยสภาพแล้วการใช้สิทธิและเสรีภาพ เหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ภายในจิตใจไม่ก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นหรือสังคม จึงเป็นสิทธิและเสรีภาพที่สมบูรณ์ การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวย่อมไม่มีทางเป็นไปได้เพราะไม่ว่าใครจะเป็นปัจเจกชนหรือรัฐที่มีอำนาจมากมายสักเพียงก็ไม่อาจบังคับสิ่งที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์ได้...ครับ
กิจกรรมใดที่ทำแล้วทำให้เด็กเปลี่ยนไปในทางที่ดีผมไม่ได้ต่อต้าน แต่ผมต่อต้าน กระบวนการปลูกฝังหรือชักจูงเด็กเข้าสู่ธรรมกาย กิจกรรมวีสตาร์ดีไหม ดี แล้วสุดท้ายต้องก็ขนเด็กไปนั่งสมาธิที่ธรรมกาย ... ทำไมล่ะ
โดย : ครูน้อย ๆ    ไอพี : 1.4.233.163


ความคิดเห็นที่ 5
อาทิตย์ ที่ 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 08:07:31
เสรีภาพในการนับถือศาสนาตามมาตรา 37 รัฐธรรมนูญ 2550 แบ่งได้ 2 ประเภท คือ เสรีภาพแบบสิทธิเด็ดขาด (Absolute) และเสรีภาพแบบสัมพัทธ์ (Relative) คือ

4.1 เสรีภาพในความเชื่อแบบสิทธิสมบูรณ์หรือเด็ดขาด (Absolute) ซึ่งเป็นเสรีภาพที่อยู่ในใจ บุคคลอื่นจะบังคับให้เชื่อหรือไม่เชื่อไม่ได้ และบุคคลมีเสรีภาพที่จะนับถือ (เชื่อ) หรือไม่นับถือ (เชื่อ) ซึ่งศาสนาก็เป็นเพียงความเชื่อความศรัทธาก็เป็นเพียงความคิดภายในที่ไม่มีการกระทำ การใช้สิทธิเสรีภาพในความเชื่อความศรัทธาดังกล่าวก็จะเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในมโนธรรม ซึ่งโดยสภาพแล้วการใช้สิทธิและเสรีภาพ เหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ภายในจิตใจไม่ก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นหรือสังคม จึงเป็นสิทธิและเสรีภาพที่สมบูรณ์ การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวย่อมไม่มีทางเป็นไปได้เพราะไม่ว่าใครจะเป็นปัจเจกชนหรือรัฐที่มีอำนาจมากมายสักเพียงก็ไม่อาจบังคับสิ่งที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์ได้ เสรีภาพในความเชื่อเหล่านี้ได้แก่

4.1.1 เสรีภาพในการนับถือหรือไม่นับถือ ศาสนา นิกาย ลัทธิทางศาสนา

4.1.2 เสรีภาพในการเชื่อหรือไม่เชื่อ ในปรัชญา ลัทธิทางเศรษฐกิจ, ลัทธิทางการเมือง
เสรีภาพในความเชื่อประเภทนี้รัฐจะจำกัดเสรีภาพไม่ได้ ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 37 วรรคแรกตอนต้น

4.2 เสรีภาพในความเชื่อแบบสัมพัทธ์ (Relative) เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกที่มีอำนาจการกระทำตามความเชื่อของตน ได้แก่
4.2.1 เสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน
4.2.2 เสรีภาพในการสอน อบรม ศึกษา ตามความเชื่อถือของตน
4.2.3 เสรีภาพในการรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสมาคมหรือองค์กรตามความเชื่อของตน
4.2.4 เสรีภาพในการสื่อสารทางศาสนา
4.2.5 เสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ในการจัดตั้งศาสนสถาน
4.2.6 เสรีภาพในการพิมพ์เอกสาร แจกจ่าย จำหน่ายตามความเชื่อในศาสนา ลัทธิ นิกาย

เสรีภาพในความเชื่อประเภทนี้เป็นเสรีภาพที่จะต้องมีการกระทำ (Freedom of Action) รัฐมีอำนาจที่จะจำกัดการใช้เสรีภาพในความเชื่อประเภทนี้ได้ คือ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 37 วรรคแรก ตอนท้าย บัญญัติว่า “เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” เช่น การปฏิบัติตามลัทธินาซี จะกระทำไม่ได้

5. การปฏิบัติต่อเสรีภาพความในความเชื่อหรือเสรีภาพในการนับถือศาสนา

รัฐมีข้อผูกพันที่การที่ล่วงล้ำเสรีภาพในการนับถือศาสนาเหตุต่างๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 37 วรรคสองบัญญัติรองรับไว้ รวมทั้งหลักการทั่วไประดับรัฐธรรมนูญต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา ดังนี้

5.1 รัฐจะต้องเป็นกลางในทางศาสนาแต่ละศาสนา หรือแต่ละนิกาย ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่ของรัฐที่จะต้องปฏิบัติต่อศาสนา อันเป็นเครื่องหมายสำคัญว่า รัฐฆราวาสได้แยกออกจากรัฐทางศาสนาที่สมบูรณ์ หากรัฐใดรัฐหนึ่งกำหนดให้ศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาประจำรัฐ ก็ย่อมก่อให้เกิดการปฏิบัติที่แตกต่างระหว่างศาสนาได้ และเป็นการโน้มเอียงไปว่ารัฐนั้นกับศาสนามิได้แยกออกจากกัน

5.2 ห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุของการรับถือศาสนา ลัทธิ นิกาย หรือเพราะเหตุของการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติตามพิธีกรรมความเชื่อ เพราะเหตุของการนับถือศาสนาหรือความเชื่อ เช่น
- จำกัดสิทธิการรับสมัครข้าราชการ
- จำกัดสิทธิการรับสมัครเข้าสถานศึกษา
- จำกัดสิทธิเลือกตั้ง
- จำกัดสิทธิในการรับบริการภาครัฐ
- จำกัดสิทธิในการสื่อสารทางศาสนา
- จำกัดสิทธิในการถือครองทรัพย์สินขององค์กรศาสนา
- ลงโทษทางวินัยข้าราชการ

5.3 ห้ามตรวจสอบหรือสอบถามในการรับถือศาสนาหรือความเชื่อ

5.4 ห้ามบังคับให้เข้าร่วมพิธีกรรมหรือการปฏิบัติทางศาสนา นิกาย ลัทธิที่ตนเองไม่เชื่อถือไม่ได้

5.5 จะต้องยอมรับสิทธิในการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนา เช่น ผู้นับถือศาสนายิว นิกายพระยะโฮวาห์ มีสิทธิปฏิเสธที่จะรับเลือดจากบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในศาสนบัญญัติได้ เว้นแต่การปฏิบัตนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
โดย : ครูน้อย ๆ    ไอพี : 1.4.233.163


ความคิดเห็นที่ 6
อาทิตย์ ที่ 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 10:27:20
ต่อต้านคะ
ต่อต้านตั้งแต่อยู่ที่ค่าย
จนครูที่โรงเรียนไม่กล้าส่งไปอบรมที่ปราจีนต่อ เฮ่อๆ
โดย : ppp    ไอพี : 106.0.193.210


ความคิดเห็นที่ 7
จันทร์ ที่ 24 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 20:51:15
หลังจากกลับมาจากปราจีน เขาจะให่ส่งครูไปบวชที่ธรรมกายครับ... คิดดูู สำหรับคุณครูผู้เต็มใจไปบวชผมขออนุโททนาสาธุด้วยครับ แต่สำหรับคนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี่จะให้ทำยังไง...
โดย : ครูน้อย ๆ    ไอพี : 1.4.253.138


ความคิดเห็นที่ 8
อังคาร ที่ 25 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555 เวลา 09:22:08
หลังกลับจากปราจีน เกือบถูกย่างสดครับ รถรับส่ง ยางระเบิด ไฟไหม้ ด้านท้าย ยังดี รอดทุกชีวิต ม่ายงั้น ได้อุทิศชีวิต ให้ธรรมกายแน่ๆ ยิ่งยังไม่ได้ทำบุญ
เยอะๆเพื่อจองคอนโดที่สวรรค์ไว้ด้วย เฮ้อ รอดหวุดหวิด
โดย : baramue    ไอพี : 1.4.232.173


ความคิดเห็นที่ 9
อังคาร ที่ 15 เดือน มกราคม พ.ศ.2556 เวลา 16:03:58
ทำไมต้องชักจูง ให้ทำบุญ แบบน่าเกลียด (1M, 2M , .......) การทำบุญไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ จำนวนเงิน แต่ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ใจไม่ใช่เหรอครับ
ถ้าทำเยอะแล้วเป็นทุกข์ แล้วบุญคืออะไร

ไปอบรมธรรมมะอยากอบรมกับพระสายปฏิบัติจริงๆ ไม่ใช่วิทยากรสายปฏิบัติ
โดย : ครูชายแดน    ไอพี : 10.0.1.52


ความคิดเห็นที่ 10
จันทร์ ที่ 21 เดือน มกราคม พ.ศ.2556 เวลา 17:41:02
นี่แหละธรรมกาย ทำบุญเยอะได้บุญเยอะ ทำบุญน้อยได้บุญน้อย ยิ่งทำเยอะยิ่งได้ขึ้นสวรรค์ หากมีคอนโดก็จะได้อยู่ที่สูง ๆ

เฮ้อ...
โดย : ครูน้อย ๆ    ไอพี : 10.0.1.14


ความคิดเห็นที่ 11
อังคาร ที่ 2 เดือน เมษายน พ.ศ.2556 เวลา 15:11:25
ก็เพราะมีคนในเขตเรานี่แหล่ะเป็นตัวตั้งตัวตี
โดย : BCsD    ไอพี : 171.100.195.26


ความคิดเห็นที่ 12
พุธ ที่ 22 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2556 เวลา 11:11:31
เรื่องทำความดีไม่ใครปฏิเสธครับ...แต่ในความดีนั้นต้องดีทั้งกายและใจที่บริสุทธิ์จริงๆ ... เรื่องวิชาการนั้นรับได้ครับ แต่ในเรื่องปฏิบัตินี่ต้องอธิบายเหตุผลให้ฟังนิดครับ..คือ ทางวัดให้นึกถึงดวงแก้วใสๆ พร้อมภาวนาไปด้วย...ในความเป็นจริงคนเรามีจิตแค่ดวงเดียวแล้วก็เกิดเร็วดับเร็วมาก..เมื่อทั้งนึกถึงดวงแก้วและภาวนา มันจึงขัดแย้งกันในทางปฏิบัติ...ใครที่ทำได้ก็อนุโมทนาครับ...แต่ตัวกระผมเองบารมียังไปไม่ถึงขอรับ
โดย : ครูไกลความเจริญ    ไอพี : 118.175.132.25


ความคิดเห็นที่ 13
ศุกร์ ที่ 7 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2556 เวลา 11:21:01
คนบ้านผมเอาลูกไปบวชที่วัดธรรมกายส่วนพ่อก็ทุ่มทำบุญกับวัดนี้วัดอื่นไม่ทำบอกว่าพระมีบุญมากกว่ากันเท่าที่สังเกตเขาเปิดร้านค้าไม่ขายเหล้า บุหรี่ แต่ชอบกัดกับเพื่อนบ้านในที่สุดคนก็ไม่เข้าร้าน(เจ๊ง)ลูกสึกออกมาก็โดนจับมาขายยาบ้า บางคนไปบวชมาเป็นบ้าวิ่งหลบหนีพ่อแม่เพราะไม่อยากให้รบกวนบอกว่ากำลังจะเหาะจนต้องคุมตัวไปสึก โดนสอนอะไรก็ไม่รู้
โดย : คนรักศาสนา    ไอพี : 119.42.85.72


ความคิดเห็นที่ 14
เสาร์ ที่ 20 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2556 เวลา 03:03:25
การสอนของธรรมกายได้ผล คีอนำคำสอนของบรมครูคือองค์พระสัมมา มาสอนอย่างได้ผลคือ นำคำสอนไปปฎิบัติจนเป็นนิสัย
โดย : อมรเชษฐ์    ไอพี : 124.120.100.227


ความคิดเห็นที่ 15
อังคาร ที่ 13 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2556 เวลา 23:05:56
ถาม คห ที่สอง ท่านไม่ควรจะเป็นครูนะ อาชีพอะไรก็ได้ ครูไม่น้อย เป็น ผอ หรือครับ นิ่มมากนะ.
โดย : คันปาก    ไอพี : 223.205.135.213


ความคิดเห็นที่ 16
อังคาร ที่ 13 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2556 เวลา 23:06:48
ถาม คห ที่สอง ท่านไม่ควรจะเป็นครูนะ อาชีพอะไรก็ได้ ครูไม่น้อย เป็น ผอ หรือครับ นิ่มมากนะ.
โดย : คันปาก    ไอพี : 223.205.135.213





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :   สมาชิกถ้า login แล้วไม่ต้องกรอกส่วนนี้ครับ


 
เว็บลิงค์
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
  • ศาลจังหวัดบึงกาฬ
  • ข้อมูลอำเภอบึงกาฬ
  • บึงกาฬ.คอม
  • มายบึงกาฬ.คอม
  • บึงกาฬ.เน็ต
  • ศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษา ศูนย์ที่ 21 จังหวัดหนองคาย
  • ชมรมครูภาษาไทย สพป.บึงกาฬ
  • เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูพรเจริญ
  • ชมรมคนรักเด็กประถมวัย สพป.บึงกาฬ
  • ชมรมครูวิทยาศาสตร์ สพป.บึงกาฬ
  • เช็คเมล์ Mail@obecmail.obec.go.th
  • เช็คเมล์ Mail@obec.go.th
  • เปลี่ยนรหัสผ่านอีเมล์เมล์ @obec.go.th
  • การขออีเมล์ สพฐ. name@obec.go.th
  • วิธีการใช้อีเมล์ สพฐ.
  • โลโก้ สพฐ.
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ
  • แนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับต่าง ๆ
  • การเสนอแนวทางการพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับความคุ้มค่า
  • การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กระแสไทในความเป็นสากล
  • ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับการท้าทายจากกระแส โลกาภิวัตน์: มุมมองสำหรับผู้บริหารการศึกษาไทย
  • เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน
  •    

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ เลขที่ 511 หมู่ 7 ถนนชาญสินธุ์ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
    โทรศัพท์ : 0-4249-1247
    กลุ่มอำนวยการ ต่อ 0 และ11
    กลุ่มงานบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ต่อ 12
    กลุ่มนโยบายและแผน ต่อ 13
    กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ต่อ 14
    กลุ่มบริหารงานบุคคล ต่อ 15
    กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ต่อ 16
    หน้าห้องผู้อำนวยการ ต่อ 18
    โทรสาร : 0-4249-1180 , 0-4249-1345