[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 3

              กระทรวงศึกษาธิการ     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน     ผู้ดูแลระบบ    
t_left
t_right

เมนูหลัก


นายอนุกูล ทองนุ้ย
ผอ.สพป.บึงกาฬ


ระบบ E-Salary [สพป.] 
ระบบเงินเดือนบำนาญ  
ข้อมูลสารสนเทศ [สพป.]
ระบบ AMSS++[สพป.]
ระบบ E-Filing (ระบบเก่า)
ก.ต.ป.น.เขตพื้นที่การศึกษา
สหกรณ์ฯครูบึงกาฬ
KM
รร.คุณภาพ ประจำตำบล  
เว็บไซต์โรงเรียนในสังกัด
     อำเภอเมืองบึงกาฬ
     อำเภอศรีวิไล
     อำเภอพรเจริญ
     อำเภอเซกา
     อำเภอบึงโขงหลง
     อำเภอบุ่งคล้า
     อำเภอปากคาด
     อำเภอโซ่พิสัย
กลุ่มงานใน สพป.
     กลุ่มอำนวยการ
     กลุ่มบริหารการเงินฯ
     กลุ่มนโยบายและแผน
     กลุ่มบริหารงานบุคคล
     กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
     กลุ่มนิเทศฯ
     หน่วยตรวจสอบภายใน
     กลุ่มพัฒนาครูฯ
     กลุ่มการศึกษาทางไกลฯ
SMS
ติดต่อ เว็บมาสเตอร์
โค้ดข่าว สพป.บึงกาฬ 

b_left
b_right
 
  • แบบพิมพ์
คำขอหนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาฯ(ขอหนังสือส่งตัว)
ใบเบิกเงินสวัดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
ใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
แบบคำขอใช้ปรับปรุงวุฒิ
แบบใบลาไปศึกษา อบรม ดูงาน
แบบคำร้องฯสหกรณ์ออมทรัพย์บึงกาฬ
 







 


     [ กลับหน้าดูกระทู้ทั้งหมด ]

หัวข้อ   :  ยาคุมฉุกเฉิน
โดย : d  ไอพี : 58.82.152.74   เมื่อวันที่ : ศุกร์ ที่ 23 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562   


วิธีกินยาคุมฉุกเฉินให้ปลอดภัย ป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมั่นใจ และเปรียบเทียบวิธีคุมกำเนิดแบบต่างๆ
หากยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ แต่ยังไม่มีทางป้องกันวิธีอื่น ยาคุมฉุกเฉินสามารถช่วยคุณได้
ยาคุมฉุกเฉิน เป็นวิธีคุมกำเนิดที่จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่เคยกิน หรือฉีดยาคุมมาก่อน สำหรับประสิทธิภาพในการป้องกันของยาคุมฉุกเฉินจะอยู่ที่ประมาณ 85% หมายความว่า แม้จะรับประทานยาก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์อยู่เพียงแต่โอกาสจะน้อยลง นอกจากนี้การกินยาคุมฉุกเฉินยังอาจมีผลข้างเคียงตามมา จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินให้มากขึ้น
7 ข้อควรรู้ก่อนกินยาคุมฉุกเฉิน
1.  1.ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อได้
ยาชนิดนี้มีประโยชน์ในการป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์ได้ หากต้องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ควรใช้วิธีสวมถุงยางอนามัยจะดีที่สุด
2.  2.ยาคุมฉุกเฉิน มีผลข้างเคียงสูงมาก
ยาคุมฉุกเฉินมีผลข้างเคียงสูงมาก เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินจะออกฤทธิ์ต่อสภาพแวดล้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก จึงมีผลต่อฮอร์โมนและทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวผู้ใช้ เช่น มีประจำเดือนผิดปกติ คลื่นไส้อาเจียน และหากกินบ่อยๆ อาจเสี่ยงต่อการท้องนอกมดลูกได้
3.  3.ต้องกินทันที หลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ ต้องกินหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากพ้นจากนี้ไปแล้วยาคุมฉุกเฉินอาจไม่มีผลในการป้องกันการตั้งครรภ์
4.ควรกินยานี้ในยามฉุกเฉินจริง ๆ
ควรกินยาคุมฉุกเฉินเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เพราะอาจไปกระตุ้นเซลล์มะเร็ง หรืออาจส่งผลกระทบต่อรังไข่และมดลูกได้
5.ประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ
4.  ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินจะไม่สูงเท่ายาคุมกำเนิดแบบอื่น คือ สามารถป้องกันได้เพียง 85-95% จึงเกิดความผิดพลาดได้สูง ทางที่ดีควรกินยานี้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
5.  6.ต้องกินตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
ยาคุมฉุกเฉิน 1 กล่อง มีตัวยา 2 เม็ด ควรกินทั้ง 2 เม็ด โดยกินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ และกินเม็ดที่สองเมื่อครบ 12 ชั่วโมงหลังจากกินเม็ดแรกแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ยามีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ก็มีผลข้างเคียงมากเช่นกัน
6.  7.ทำให้ขาดแคลเซียม
จากผลการวิจัยระบุว่า ร่างกายของผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดต้องการปริมาณแคลเซียมมากถึง 1,000 มิลลิกรัม หากได้รับแคลเซียมน้อยอาจมีผลเสียต่อมวลกระดูกมาก ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน กระดูกแตกหักง่ายและเปราะเมื่อมีอายุมากขึ้น ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดอาจเพิ่มปริมาณแคลเซียมด้วยการดื่มนมวันละ 3 แก้ว กินโยเกิร์ตวันละ 3 ถ้วย กินเนย หรือซีเรียล หรือดื่มน้ำผลไม้แบบเสริมแคลเซียมวันละ 3 มื้อ
จะเห็นได้ว่า ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ได้มีแค่ประโยชน์อย่างเดียว แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในภายหลังได้ด้วย หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ควรป้องกันด้วยวิธีอื่นดีกว่า ที่สำคัญผู้หญิงควรกินยาคุมฉุกเฉินแค่ไม่เกิน 2 ครั้งในชีวิตเท่านั้น หากเกินกว่านี้อาจเป็นอันตรายได้
ยาคุมฉุกเฉินมีกี่แบบ ?
ยาคุมฉุกเฉินแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
1.  ยาเม็ดฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน : ตัวยาประกอบด้วยฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนเข้มข้น ยี่ห้อที่มีขายในประเทศไทย เช่น Madonna, Postinor, Mary Pink วิธีใช้ให้กินครั้งละ 2 เม็ดพร้อมกัน โดยกินให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งกินช้า ยิ่งมีโอกาสตั้งครรภ์มาก และต้องกินภายใน 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ สามารถช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์ให้เหลือ 1%
2.  ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนคู่ : สามารถนำมาใช้เป็นยาคุมฉุกเฉินได้ โดยต้องคำนวณขนาดฮอร์โมนเอสโตรเจนในการกินแต่ละครั้งให้ได้ 100 ไมโครกรัม กินทั้งหมด 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 12 ชั่วโมง เช่น ใช้ยาคุมกำเนิดยี่ห้อ Yasmin มีฮอร์โมนเอสโตรเจน 30 ไมโครกรัมต่อ 1 เม็ด เพราะฉะนั้นให้กินครั้งละ 4 เม็ด อีก 12 ชั่วโมงถัดมาก็กินอีกสี่เม็ด มีประสิทธิภาพช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์ให้เหลือ 2%
นอกจากยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ปัจจุบันยังมียาคุมฉุกเฉินอีกชนิดหนึ่งด้วย นั่นคือ ยาคุมแบบห่วงทองแดง ทำหน้าที่ทำลายไข่และเชื้ออสุจิไม่ให้ปฏิสนธิกัน วิธีนี้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากถึง 99% ซึ่งถือว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่ายาคุมแบบเม็ดเป็นอย่างมาก แต่การใช้งานคือการสอดเข้าไปในช่องคลอด ดังนั้นจึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิธีการคุมกำเนิดฉุกเฉินด้วยวิธีนี้
วิธีกินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกต้อง
1.  หลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ควรกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกให้เร็วที่สุด โดยไม่ควรให้นานเกิน 120 ชั่วโมงหรือ 5 วัน หรือถ้าจะให้ดีก็ไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมงหรือ 3 วัน หรือถ้าดีที่สุดก็ต้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง และหลังจากกินเม็ดแรกไปแล้ว 12 ชั่วโมงก็ต้องกินเม็ดที่ 2 ซ้ำอีก 1 เม็ด
2.  สามารถกินยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ดพร้อมกันได้ โดยไม่มีความแตกต่างกับการกินครั้งละ 1 เม็ด 2 ครั้ง ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย แต่ในบางรายโดยเฉพาะมือใหม่อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เนื่องจากตัวยาในรูปแบบการกินครั้งเดียวจะมีความแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าการแบ่งกิน 2 ครั้งถึง 2 เท่า คือ ตัวยาชื่อ "ลีโวนอร์เจสเตรล" (Levonorgestrel) ขนาด 1.5 มิลลิกรัม
3.  หลังจากที่กินยาไปแล้ว หากมีการอาเจียนออกมาภายในเวลา 2 ชั่วโมง จะต้องกินซ้ำใหม่อีก 1 เม็ดในทันที
4.  การกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตามมาได้ แต่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการกินยาแก้อาเจียนกันไว้ก่อน
5.  การกินยาคุมฉุกเฉินมากกว่า 2 กล่อง หรือ 4 เม็ดต่อเดือนขึ้นไป อาจทำให้มีผลข้างเคียงกับรังไข่ในระยะยาวได้
6.  หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน และลืมกินยาคุมชนิดปกตินานเกิน 3 วันก็สามารถกินยาคุมฉุกเฉินได้
7.  ควรเก็บยาคุมฉุกเฉินเอาไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ หรือมีอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
คำแนะนำในการใช้ยาคุมฉุกเฉิน
การใช้ยาคุมฉุกเฉินแม้จะมีความปลอดภัยสูง แต่หากใช้อย่างผิดวิธีก็อาจส่งผลในระยะยาวได้เหมือนกัน จึงมีคำแนะนำในการใช้ยาคุมดังนี้
1.  ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนที่จะใช้ยาคุมฉุกเฉิน
2.  หากจะกินยาคุมฉุกเฉินตามกำหนดอย่างถูกต้องแล้วยังเกิดการตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ได้รับผลข้างเคียงใดๆ
3.  หากกินยาภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังจากการมีเพศสัมพันธ์จะช่วยป้องกันได้ถึง 85% หากกินยาภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ตัวยาจะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 75-79% (ต้องกินยาทั้งหมด 2 เม็ด) แต่หากพ้นจาก 72 ชั่วโมง หรือนานเกินกว่า 72-120 ชั่วโมง จะป้องกันได้เพียงแค่ 60% เท่านั้น
4.  แม้ว่าในระหว่างที่กินยาเม็ดแรกกับเม็ดที่ 2 นั้น จะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร้กังวล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะวางใจได้ 100% เพราะยังมีโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ได้อยู่ โดยเฉพาะหากมีเพศสัมพันธ์หลังจากที่กินยาครบ 2 เม็ดไปแล้วก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการตั้งครรภ์ให้สูงมากขึ้น
5.  ภายในระยะเวลา 1 เดือนสามารถกินยาคุมฉุกเฉินได้มากกว่า 1 ครั้ง แต่ไม่ควรเกิน 2 กล่องต่อเดือน
6.  การใช้ยาคุมฉุกเฉินซ้ำกันหลายครั้งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงตามมาได้ จึงไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำ หรือใช้กินเป็นยาคุมกำเนิดในระยะยาว
7.  หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นระหว่างใช้ยา เช่น ประจำเดือนขาด หรือประจำเดือนไม่มา ให้รีบไปพบแพทย์
ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
การกินยาคุมฉุกเฉินอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะมาก หรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของบุคคลนั้นๆ ด้วย ผลข้างเคียงจากการกินยาคุมฉุกเฉินที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ มีดังนี้
1.   ประจำเดือนมาไม่ปกติ
เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินจะเข้าไปยับยั้งการตกไข่และเลื่อนการตกไข่ออกไปทำให้ประจำเดือนอาจมาไม่ปกติ เช่น มาช้ากว่าเดิม หรือมาแบบกะปริบกะปรอย แต่อาการเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายใดๆ และจะกลับมาเป็นปกติในเดือนต่อไป
2.  คลื่นไส้ อาเจียน
ยาคุมฉุกเฉินส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกายโดยตรง ภาวะที่ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนและรู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลาได้ ซึ่งหากอาเจียนมากจนร่างกายอ่อนเพลีย ควรดื่มน้ำเกลือแร่บ่อยๆ หรืออาจไปพบแพทย์ทันที
3.  ปวดศีรษะ
ในบางคนที่ร่างกายต่อต้านยาคุม หรือปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนไม่ทัน อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะได้ ซึ่งควรกินยาแก้ปวด และพักผ่อนให้มากๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดให้ทุเลาลง
4.  ปวดท้อง
การกินยาคุมฉุกเฉินอาจส่งผลให้มีอาการปวดท้องคล้ายกับตอนมีประจำเดือนได้ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการกินยาแก้ปวดพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดประจำเดือน
5.  เสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูก
กรณีการตั้งครรภ์นอกมดลูกนั้นจะเสี่ยงมากในคนที่กินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ หรือกินยาคุมฉุกเฉินแบบต่อเนื่องแทนยาคุมทั่วไป ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก ควรกินยาคุมฉุกเฉินเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น หากต้องการคุมกำเนิดในระยะยาว แนะนำให้ใช้วิธีการฉีดยาคุม หรือกินยาคุมแบบทั่วไปจะดีกว่า
6.  เสี่ยงเป็นมะเร็ง
มีรายงานทางการแพทย์กล่าวว่า ในชีวิตของผู้หญิงไม่ควรกินยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้ง เพราะยาคุมชนิดนี้จะไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโตและส่งผลให้เกิดมะเร็งในที่สุด โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ยังทำให้มดลูกอ่อนแอและบางลง ซึ่งจะส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตได้เช่นกัน
ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินในระยะยาว
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด หากกินในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่หากใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้ยานี้นานเกิน 2 กล่องต่อเดือน ไม่เพียงแต่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะเทียบยาคุมกำเนิดแบบปกติไม่ได้เท่านั้น แต่ยังมีผลให้รังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูกมีอาการผิดปกติ อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้อีกด้วย
ควรกินยาคุมฉุกเฉินยี่ห้อไหนดี ?
ในประเทศไทยมียาคุมฉุกเฉินวางจำหน่ายอยู่ด้วยกัน 2 ยี่ห้อ คือ มาดอนน่า กับ โพสตินอร์ ซึ่งเป็นยาคุมฉุกเฉินที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ ลีโวนอร์เจสเดรล (Levonorgestrel) ทั้งสองยี่ห้อนี้ต่างก็มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากเป็นยาชนิดเดียวกันและมีขนาดเท่ากัน แล้วแต่ว่าใครจะสะดวกซื้อแบบไหนเท่านั้นเอง รวมทั้งยาคุมฉุกเฉินแบบฮอร์โมนรวมซึ่งจะรวมฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Levonorgestrel) กับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Ethinyl estradiol) เข้าไว้ด้วยกัน และในปัจจุบันก็ได้มีการผลิตยาคุมฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น คือ Ulipristal acetate แต่ยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย
หาซื้อยาคุมกำเนิดได้ที่ไหน ?
ผู้ที่ต้องการซื้อยาคุมกำเนิดสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายาทั่วไป หรือหากสะดวกสั่งซื้อทางออนไลน์ก็สามารถสั่งซื้อที่เว็บไซต์ Honestdocs แห่งนี้ได้เลย ทั้งนี้ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาที่ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดมาก่อนเท่านั้นและมีข้อจำกัดพอสมควร ดังนั้นจึงไม่ควรนำมาใช้คุมกำเนิดแบบระยะยาว หรือนำมากินอย่างต่อเนื่องเด็ดขาด
กินยาคุมฉุกเฉินจะทำให้อ้วนไหม ?
เป็นคำถามที่ผู้หญิงส่วนใหญ่กังวลมากว่า การกินยาคุมฉุกเฉินจะทำให้อ้วนไหม ความจริงแล้วยังไม่มีผลสรุปที่แน่ชัดว่า ยาคุมฉุกเฉินสามารถทำให้น้ำหนักขึ้นได้หรือเปล่า แต่ตามหลักแล้วการกินยาคุมฉุกเฉินจะกินเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ไม่ได้กินบ่อยๆ เหมือนยาคุมทั่วไปจึงไม่น่าจะมีผลต่อน้ำหนักตัว อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ในชีวิตหนึ่ง เราอาจกินยาคุมแบบฉุกเฉินแค่ 1-2 ครั้งเท่านั้น จึงหมดกังวลเรื่องนี้ไปได้เลย
แม้ยาคุมฉุกเฉินจะสามารถใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีฉุกเฉินได้ดี เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถุงยางอนามัยแตกหรือลืมกินยาคุมกำเนิด แต่ก็ไม่ควรกินบ่อยๆ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะมดลูกและระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นหากต้องมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยการสวมถุงยางอนามัยหรือกินยาคุมแบบประจำจะดีกว่าซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยและมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดดี
เปรียบเทียบวิธีคุมกำเนิด และประสิทธิภาพ
  โอกาสตั้งครรภ์           
ชนิดของยาคุมกำเนิด  คนทั่วไป  คนที่ใช้อย่างสมบูรณ์แบบ  การเข้าถึง  อายุการใช้งานต่อ 1 หน่วย  ราคาต่อหน่วย (บาท)  ความยากง่ายในการใช้
ชั่วคราว
ยาเม็ดคุมกำเนิด
ฮอร์โมนคู่  8%  0.30%  ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป  1 เดือน  50 – 500  ยาก
            ห้ามลืมกินแม้แต่วันเดียว
ฮอร์โมนเดี่ยว  3 – 10%  0.30%        ยากมาก
            ต้องกินตรงเวลาทุกวัน
ยาฉีดคุมกำเนิด
แบบ 3 เดือน  3%  0.30%  โรงพยาบาล  3 เดือน  100 – 200  ปานกลาง
            ต้องไปฉีดยาให้ตรงเวลา
ยาฝังคุมกำเนิด  0.01 – 0.5%  โรงพยาบาล  3 – 5 ปี  2,500  ง่าย
          ไปรพ. 3ปีครั้ง ระหว่างนั้นนอนเกาพุง
แผ่นแปะคุมกำเนิด  8%  0.30%  ซื้อได้ตามร้านขายยาใหญ่ๆ  1 เดือน  400 – 600  ปานกลาง
            ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะทุกสัปดาห์
ห่วงคุมกำเนิด  0.06 – 0.08%  โรงพยาบาล  3 – 5 ปี  1,000 – 5,000  ง่าย-ปานกลาง
          ต้องไปให้แพทย์ตรวจเช็กทุกปี ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบการตรวจภายใน
ถุงยางอนามัย  15%  ซื้อได้ทุกที่  1 ครั้ง  ต่ำกว่า 100  ง่าย
          อาจขัดจังหวะในการมีเพศสัมพันธ์
หลั่งภายนอก  27%  -  -  -  ง่าย
นับวันปลอดภัย  25%  -  -  -  ง่าย-ปานกลาง
          ไม่เหมาะสำหรับคนรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
ถาวร
หมันหญิง
หมันเปียก  0.05%  โรงพยาบาล  ตลอดชีวิต  3,000-5,000 (ราคาแล้วแต่โรงพยาบาล)  ง่าย
          หมันแห้ง
          ผ่าหลังคลอด พักฟื้นเพิ่ม

1 วัน          ทำยากกว่าหมันแห้ง แผลใหญ่กว่า
หมันชาย  0.02%  -  ทำฟรีที่คลินิกมีชัย  ง่ายมาก
      ราคาแล้วแต่โรงพยาบาล  ไม่ต้องวางยาสลบ ทำเสร็จกลับบ้านได้ทันที
แม้ยาคุมฉุกเฉินจะสามารถใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีฉุกเฉินได้ดี เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถุงยางอนามัยแตก หรือลืมกินยาคุมกำเนิด แต่ก็ไม่ควรกินบ่อยๆ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะมดลูกและระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นหากต้องมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยการสวมถุงยางอนามัยหรือกินยาคุมแบบประจำจะดีกว่าซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยและมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดดี

อ่านบทความเรื่องยาคุมฉุกเฉินได้ที่นี่ https://www.honestdocs.co/emergency-pill
https://www.honestdocs.co/emergency-pill


เข้าชม : 50


ความคิดเห็นที่ 1
จันทร์ ที่ 7 เดือน มกราคม พ.ศ.2556 เวลา 13:25:38
สงสัยคงต้องรอประเมินเป็นปีนะ เพราะทางเขตไม่ตอบเลย
โดย : คนรอเช่นกัน    ไอพี : 1.4.232.127


ความคิดเห็นที่ 2
พุธ ที่ 3 เดือน เมษายน พ.ศ.2556 เวลา 21:05:26
ประเมินเสร็จ แล้วครับ รอการแต่งตั้งครับ ยิ่งแต่งตั้งช้าเท่าไร เงินตกเบิกเหลื่อมขั้นก็คงได้เยอะนะครับ
โดย : ครรอ    ไอพี : 223.205.10.222





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :   สมาชิกถ้า login แล้วไม่ต้องกรอกส่วนนี้ครับ


 
เว็บลิงค์
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
  • ศาลจังหวัดบึงกาฬ
  • ข้อมูลอำเภอบึงกาฬ
  • บึงกาฬ.คอม
  • มายบึงกาฬ.คอม
  • บึงกาฬ.เน็ต
  • ศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษา ศูนย์ที่ 21 จังหวัดหนองคาย
  • ชมรมครูภาษาไทย สพป.บึงกาฬ
  • เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูพรเจริญ
  • ชมรมคนรักเด็กประถมวัย สพป.บึงกาฬ
  • ชมรมครูวิทยาศาสตร์ สพป.บึงกาฬ
  • เช็คเมล์ Mail@obecmail.obec.go.th
  • เช็คเมล์ Mail@obec.go.th
  • เปลี่ยนรหัสผ่านอีเมล์เมล์ @obec.go.th
  • การขออีเมล์ สพฐ. name@obec.go.th
  • วิธีการใช้อีเมล์ สพฐ.
  • โลโก้ สพฐ.
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ
  • แนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับต่าง ๆ
  • การเสนอแนวทางการพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับความคุ้มค่า
  • การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กระแสไทในความเป็นสากล
  • ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับการท้าทายจากกระแส โลกาภิวัตน์: มุมมองสำหรับผู้บริหารการศึกษาไทย
  • เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน
  •    

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ เลขที่ 511 หมู่ 7 ถนนชาญสินธุ์ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
    โทรศัพท์ : 0-4249-1247
    กลุ่มอำนวยการ ต่อ 0 และ11
    กลุ่มงานบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ต่อ 12
    กลุ่มนโยบายและแผน ต่อ 13
    กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ต่อ 14
    กลุ่มบริหารงานบุคคล ต่อ 15
    กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ต่อ 16
    หน้าห้องผู้อำนวยการ ต่อ 18
    โทรสาร : 0-4249-1180 , 0-4249-1345